close
Share with your friends

ข่าวและบทความ | 10 พฤศจิกายน 2563

เคพีเอ็มจี มุ่งหน้า ลดคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2573

เคพีเอ็มจี มุ่งหน้า ลดคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2573

เคพีเอ็มจี มุ่งหน้า ลดคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2573

กรุงเทพฯ 10 พฤศจิกายน 2563 – เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 เคพีเอ็มจี ประกาศปณิธานการเป็นองค์กรคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero Carbon Organization) ภายในปี 2573 โดยเป็นส่วนหนึ่งของการมุ่งเสริมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและเสนอแนวทางรับมือกับภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศให้กับเครือข่ายเคพีเอ็มจีทั่วโลก ตลอดจนถึงลูกค้าและสังคม

เพื่อสนับสนุนเป้าหมายนี้ เคพีเอ็มจี ได้ลงนามในการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ โดยหนึ่งในภารกิจคือควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียสตามเป้าหมายของโครงการ Science Based Targets ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas: GHG) ทั้งทางตรงและทางอ้อมของเคพีเอ็มจี ลงร้อยละ 50 ภายในปี 2573

นอกจากนี้แล้ว เครือข่ายเคพีเอ็มจีทั่วโลก ยังมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมาย ดังต่อไปนี้

  • การใช้พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียน (Renewable Electricity: RE) ร้อยละ 100 ภายในปี 2565 ในกลุ่มประเทศคณะกรรมการ และภายในปี 2573 สำหรับประเทศอื่นๆ ในเครือข่าย
  • ชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เหลือผ่านวิธีการชดเชยคาร์บอนที่ได้รับการรับรองจากภายนอก เพื่อลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เหลือซึ่งไม่สามารถขจัดออกจากกระบวนการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทานได้

เคพีเอ็มจี ใช้ผู้เชี่ยวชาญภายในเพื่อประเมินแนวทางการลดคาร์บอน (Decarbonization) และได้พัฒนาแบบจำลองการคาดการณ์ปริมาณคาร์บอนสำหรับเครือข่ายเคพีเอ็มจี ที่ให้พนักงานมีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายจากล่างขึ้นบน

แบบจำลองนี้แสดงถึงผลกระทบและแหล่งที่มาของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และยังแสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย เช่น การเดินทางเพื่อธุรกิจ สามารถส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินการด้านภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของเครือข่ายเคพีเอ็มจี จะส่งผลเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง เคพีเอ็มจีจะติดตามความคืบหน้าของเป้าหมายต่างๆ นี้ โดยการวัดผลและรายงานไปยัง Carbon Disclosure Project: CDP (โครงการเปิดเผยข้อมูลคาร์บอน) และ Science Based Targets initiative (SBTi)

เคพีเอ็มจีจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับบุคลากรของเราเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับปณิธานด้านสิ่งแวดล้อม และจะระดมทีมเพื่อสนับสนุนการมุ่งหน้าสู่อนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น

บิลล์ โทมัส ประธานและซีอีโอ เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “ความพยายามของเรามีความก้าวหน้าและมีคุณค่าในการช่วยให้เครือข่ายเคพีเอ็มจีทั่วโลกและลูกค้าของเราเติบโตอย่างยั่งยืน แต่ด้วยความท้าทายด้านภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ทุกคนทั่วโลกกำลังเผชิญ แสดงให้เห็นว่าเรายังต้องไปต่อ

ผมรู้สึกยินดีที่ปณิธานใหม่ที่เราประกาศจะช่วยให้เราไปถึงเป้าหมายในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้เร็วยิ่งขึ้น โดยการสร้างความมั่นใจให้กับบุคลากรของเราและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พร้อมทั้งส่งเสริมให้พวกเขาเปลี่ยนวิธีในการกำหนดอนาคต

แผนการลดคาร์บอนของเราไม่เพียงแต่ช่วยให้เกิดความก้าวหน้าในการลดผลกระทบของภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในโลกอนาคตเท่านั้น แต่ยังช่วยสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการทำงานของลูกค้า ด้วยปณิธานของเครือข่ายเคพีเอ็มจีทั่วโลก ผมมั่นใจว่าวันนี้เราตัดสินใจถูกต้องในการสร้างความแตกต่างเพื่อวันพรุ่งนี้”

การประกาศปณิธานดังกล่าวเป็นผลมาจากความคืบหน้าของเคพีเอ็มจี ในการลดผลกระทบโดยรวมต่อสิ่งแวดล้อม โดยในช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 เคพีเอ็มจีได้ลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิต่ออัตราส่วนบุคลากร (FTE) ลงราว 1 ใน 3 ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพดีกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ เคพีเอ็มจี ยังอยู่ในระหว่างการติดตามเพื่อบรรลุเป้าหมายพลังงานหมุนเวียนในปี 2563 ที่ร้อยละ 60

เครือข่ายเคพีเอ็มจีทำงานร่วมกับลูกค้าทั่วโลกเพื่อสนับสนุนการลดคาร์บอนในธุรกิจและห่วงโซ่อุปทาน และผนวกแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาล (Governance) หรือ ESG ไว้ในทุกสิ่งที่ลูกค้าลงมือทำ แผนก KPMG IMPACT1 ซึ่งเปิดตัวเมื่อต้นปีนี้ ได้รวบรวมความรู้ความเชี่ยวชาญของเคพีเอ็มจีในการสนับสนุนลูกค้าเพื่อรับมือกับความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดที่โลกของเรากำลังเผชิญ โดยมีจุดประสงค์ที่จะสร้างการเติบโตอย่างมีเป้าหมายและบรรลุความก้าวหน้าตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs)

ริชาร์ด เธรลฟอล หัวหน้าฝ่าย KPMG IMPACT กล่าวแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการประกาศปณิธานนี้ว่า “ผมรู้สึกยินดีที่ เคพีเอ็มจี เสริมสร้างความมุ่งมั่นที่มีต่อวาระการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกโดยใช้เป้าหมายทางวิทยาศาสตร์กับแผนการลดคาร์บอนที่ได้ประกาศไปนี้ เคพีเอ็มจีมีความรับผิดชอบเช่นเดียวกับลูกค้าที่เราให้บริการ ในการลดและบรรเทาผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนอย่างรวดเร็ว ผมเชื่อว่าการสานต่อปณิธานของเคพีเอ็มจีในประเด็นสำคัญนี้จะช่วยให้เราดำเนินการและทำงานร่วมกันกับลูกค้าของเราได้ดียิ่งขึ้น เพื่อช่วยให้ลูกค้าลดการปล่อยคาร์บอนในธุรกิจของเขาด้วย”

พอล ฟลิปส์ หัวหน้าฝ่ายความยั่งยืน เคพีเอ็มจีประเทศไทย กล่าวว่า “พนักงานของเรามีความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในระดับสูง และเคพีเอ็มจี ประเทศไทย ได้ดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อันได้แก่ การประหยัดพลังงานในสถานที่ทำงาน การปรับปรุงแพลตฟอร์มดิจิทัล การลดการใช้กระดาษและการลดปริมาณขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ในด้านการสนับสนุนลูกค้าของเราในการเสริมสร้างกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน เคพีเอ็มจี ประเทศไทย ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือบริษัทต่างๆ ในการวัดผล จัดการ และสื่อสารความคืบหน้าการปฏิบัติการตามแนวทาง ESG”

เจริญ ผู้สัมฤทธิ์เลิศ ประธานกรรมการบริหาร เคพีเอ็มจี ประเทศไทย เมียนมาร์ และลาว กล่าวสรุปว่า “การเปลี่ยนสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำเป็นหนทางสำคัญในการบรรเทาผลกระทบจากภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เคพีเอ็มจี ประเทศไทยจะร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ชุมชน และสังคม เพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนและจะดำเนินงานร่วมกับลูกค้าของเราในการพัฒนาความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของเครือข่ายเคพีเอ็มจีทั่วโลกในการเป็นองค์กรคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2573”

บรรณาธิการ:

1 KPMG IMPACT – Global expertise building a more sustainable and resilient future.

English version: KPMG announces it will be net-zero carbon by 2030

 

เกี่ยวกับเคพีเอ็มจี

เคพีเอ็มจี เป็นเครือข่ายระดับโลกของบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการสอบบัญชีและการให้ความเชื่อมั่นอื่น ภาษี กฎหมาย และให้คำปรึกษาทางธุรกิจ เราดำเนินธุรกิจใน 147 ประเทศ และมีพนักงานมากกว่า 219,000 คน ที่ทำงานร่วมกันในเครือข่ายสมาชิกทั่วโลก เคพีเอ็มจีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกดำเนินธุรกิจใน 20 ประเทศและมีพนักงานมากกว่า 46,000 คน

เกี่ยวกับ เคพีเอ็มจี ประเทศไทย

เคพีเอ็มจี ประเทศไทย เป็นสมาชิกของ เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล ที่มีเครือข่ายทั่วโลก ซึ่งให้บริการด้านการสอบบัญชีและการให้ความเชื่อมั่นอื่น ภาษี กฎหมายและให้คำปรึกษาทางธุรกิจ

สำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ:

กัมปนาท อินทร์ด้วง
โทรศัพท์: 02 677 2141
อีเมล: kampanati@kpmg.co.th