มาตรการป้องกันการกำหนดราคาโอน - KPMG Thailand
close
Share with your friends

มาตรการป้องกันการกำหนดราคาโอน

มาตรการป้องกันการกำหนดราคาโอน

เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข่าวแจ้งว่าร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร เรื่องมาตรการป้องกันการกำหนดราคาโอนระหว่างบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันได้ถูกนำเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นเรื่องด่วนเพื่อให้ออกเป็นกฎหมาย กฎหมายเกี่ยวกับราคาโอน เป็นกฎหมายตัวหนึ่งที่นานาประเทศใช้ในการป้องกันการเลี่ยงภาษี เนื่องมาจากว่าผู้เสียภาษีโดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติที่มีบริษัทในกลุ่มตั้งอยู่ในหลาย ๆประเทศ มีความสัมพันธ์กันไม่ว่าในด้านการถือหุ้นหรือควบคุม จัดการ อาจจะใช้การกำหนดราคาซื้อขายสินค้าหรือบริการระหว่างกันในกลุ่มเพื่อวางแผนภาษีให้กำไร ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศที่มีอัตราภาษีต่ำกว่า ซึ่งจะมีผลให้กิจการสามารถประหยัดภาษีในภาพรวมได้ แต่การกระทำดังกล่าวอาจทำให้ประเทศที่ควรได้รับภาษีตามความเหมาะสมกับกิจการที่ผู้เสียภาษีกระทำในประเทศของตนต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

ตามร่างกฎหมายของไทย กำหนดว่าจะมีผลบังคับใช้สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นไป สาระสำคัญของร่างกฎหมายที่ถูกนำเสนอคือการเพิ่มบทบัญญัติในประมวลรัษฎากรกำหนดนิยามและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาราคาโอนระหว่างบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน และให้อำนาจเจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจ ในการปรับปรุงรายได้และรายจ่ายอันเนื่องมาจากราคาโอนได้ ทั้งนี้กฎหมายกำหนดให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน ไม่ว่าความสัมพันธ์นั้นจะมีอยู่ตลอดรอบระยะเวลาบัญชีหรือไม่ จะต้องจัดทำและนำส่งรายงานข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน และมูลค่ารวมของธุรกรรมระหว่างกันในแต่ละรอบบัญชีตามแบบที่อธิบดีกำหนด ภายในกำหนดเวลาเดียวกับการยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล คือ ภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี  ดังนั้นหากกฎหมายเริ่มบังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ วันที่ 1 มกราคม 2562 รอบบัญชีแรกที่ต้องจัดทำและนำส่งรายงานคือรอบบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ซึ่งกำหนดเวลายื่นคือ วันที่ 30 พฤษภาคม 2563  ผู้เสียภาษีจึงควรเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้

ทั้งนี้รายงานดังกล่าวเป็นเพียงการแสดงข้อมูลไม่ใช่เอกสารราคาโอน โดยร่างกฎหมายกำหนดให้ภายในห้าปีนับจาการยื่นรายงานดังกล่าวกรมสรรพากรอาจส่งหนังสือแจ้งให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันดังกล่าว ยื่นเอกสารราคาโอนที่วิเคราะห์ข้อกำหนดธุรกรรมระหว่างกัน โดยให้นำส่งภายใน 60วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้นำส่ง  ซึ่งหากมีกรณีจำเป็นอธิบดีกรมสรรพากรอาจจะอนุญาตให้ขยายกำหนดส่งออกไปได้ แต่จะไม่เกิน 120 วัน  ซึ่งหลังจากร่างกฎหมายมีผลบังคับใช้ จะมีการออกกฎหมายลำดับรอง ในรูปกฎกระทรวง ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เพื่อกำหนดรายละเอียดในเรื่องต่าง ๆ เช่น นิยามของธุรกรรมระหว่างกัน  วิธีการกำหนดราคาโอน การกำหนดลักษณะธุรกรรมที่สามารถเปรียบเทียบได้ (comparability) เป็นต้น  ซึ่งจะทำให้มีความชัดเจนในการปฎิบัติ

ประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ ก็มีการเคลื่อนไหวในเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับมาตรการการป้องกันการกำหนดราคาโอนกันมาก   ส่วนหนึ่งมาจากการเข้าร่วมใน มาตรการป้องกันการวางแผนภาษีที่จะมีผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายกำไรเพื่อเสียภาษีในประเทศที่ภาระภาษีต่ำกว่าหรือที่เรียกว่า BEPS (Base Erosion and Profit Shifting)  ซึ่งริเริ่มโดยกลุ่มประเทศใน  OECD และมีประเทศนอกกลุ่ม OECD ได้ตกลงเข้าร่วมเป็นสมาชิกโครงการ (Members of the Inclusive Framework on BEPS) รวมทั้ง  6 ประเทศในอาเซียน ได้แก่  บรูไน  อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม และไทย  จากการเข้าร่วมดังกล่าวทำให้สมาชิกอาเซียนมีการออกกฎหมายเพื่อปรับปรุงกฎหมายภายในของประเทศตนเพื่อให้บรรลุกับมาตรการที่ตกลงกัน    ทั้งนี้  มาเลเซีย เวียดนามและอินโดนีเซีย มีการกำหนดให้ผู้เสียภาษีต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับรายการระหว่างกัน โดยการจัดทำรายงานตามแบบ เช่นเดียวกับร่างกฎหมายของไทย  ซึ่งอาจกระทำในรูปของการเปิดเผยข้อมูลในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี หรือโดยการยื่นแบบฟอร์มแยกจากแบบแสดงรายการภาษีโดยให้ยื่นไปพร้อมแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี   สิงคโปร์ ยังไม่ได้กำหนดเรื่องการจัดทำและยื่นรายงานตามแบบกำหนด ทั้งนี้มาตรการป้องกันราคาโอนของสิงคโปร์ กำหนดให้ผู้เสียภาษีที่มีรายการระหว่างบริษัทในกลุ่มที่อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด จะต้องจัดให้มีเอกสารเกี่ยวกับราคาโอน ในขณะที่มีการทำรายการระหว่างกัน และพร้อมให้ตรวจสอบ โดยหากเจ้าหน้าที่สรรพากรของสิงคโปร์ร้องขอให้นำส่งจะต้องส่งมอบภายใน 30 วัน  ฟิลิปปินส์เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีการออกกฎหมายเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการกำหนดราคาโอนมาหลายปีแล้วแม้ว่าฟิลิปปินส์ยังไม่ได้มีการใช้มาตรการดังกล่าวอย่างเข้มงวด แต่ได้มีการกำหนดไว้ในกฎหมายแล้วว่า ผู้เสียภาษีจะต้องมีการเปิดเผยข้อมูลของรายการระหว่างกันพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีประจำปี  ประเทศที่ยังไม่มีการเคลื่อนไหวในเรื่องนี้คือ บรูไน  กัมพูชา ลาว และพม่า

หากกิจการต้องมีธุรกรรมกับบริษัทที่มีความสัมพันธ์กันในต่างประเทศ นอกเหนือจากกฎหมายภายในประเทศแล้ว กิจการจะต้องคำนึงถึงกฎหมายของประเทศอื่น ๆ ที่กิจกการมีการประกอบกิจการ เพราะมาตรฐานเรื่องของราคาโอนถือเป็นมาตรฐานสากลที่อยู่ในความสนใจของทุกประเทศ 

 

มาตรการป้องกันการกำหนดราคาโอน

การเปิดเผยข้อมูล

อินโดนีเซีย

มี

ในแบบแสดงรายการภาษีประจำปี

มาเลเซีย

มี

ในแบบแสดงรายการภาษีประจำปี

ฟิลิปปินส์

มี

ยื่นพร้อมการยื่นแบบแสดงรายการภาษีประจำปี

เวียดนาม 

มี

ยื่นพร้อมการยื่นแบบแสดงรายการภาษีประจำปี

สิงคโปร์ 

มี

ไม่มี

ไทย 

มี (ร่างกฎหมาย)

ไม่มี (ตามร่างต้องยื่นภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี )

พม่า 

ไม่มี 

-

ลาว 

ไม่มี 

-

กัมพูชา 

ไม่มี 

-

บรูไน 

ไม่มี 

-

Connect with us